วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2549 : ระทึกจิต

 


 

 

 

 

 

หลังจากนาฬิกาตี เอะ ไม่ตีสิ นาฬิกาข้อมือ ไม่มีกระดิ่ง เอิ๊กๆ ดูเวลาเอ้ย เที่ยงคืนแล้ว

วันที่ 23 แล้วสินะ ตอนนี้อยู่จุดพักรถ คาดว่าน่าจะเป็นแถวโคราช คงโคราชนั่นแหละ อะ ๆๆ

รถบีบแตรให้ขึ้นรถแล้ว ขึ้นแล้วก็หนาว อะไรมันช่างเย็นขนาดนี้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะเราจะหลับ

ขึ้นรถได้ใช่ว่าก็จะหลับเลย เหอๆ สงสารเจ้โอ๊ต คงรำคาญฝรั่งจัดๆ คุยไม่หยุดฮะ คุยตั้งแต่กรุงเทพยัน

โคราช แต่ยังถือว่าโชคดีที่ยังคิดง่วงกันอยู่บ้าง เพราะสักพักก็คงหลับ ไอ้เราก็เหมือนเดิม หลับไม่ค่อย

จะลง แต่ก็หลับแหละ งึ๊บๆ ไป จำได้ว่า ตื่นขึ้นมาราวๆประมาณ ตี 3 กว่าๆ เพราะรู้สึกว่ามีคนเดินไปห้องน้ำ

เหอๆ เป็นคนขี้ระแวงก็เลยตื่นขึ้นมา แล้วก็ลืมตาดู อ่าว ไอ้แมวไม่หลับไม่นอนไงฟระ เห็นนั่งไม่หลับ

แต่ก็ไม่ได้ทักอะไร คิดว่าคงไม่ง่วง แล้วก็นั่งกันอยู่คนละเบาะด้วย ไอ้เราก็ได้แต่งง ทำไมมันไม่นอน

ก็เลยนั่งลืมตาเป็นเพื่อนไปสักพักอย่างลับๆ (ก็ไม่ได้คุยกัน) สักพักก็เริ่ม ไม่ไหวนอนต่อดีกว่าเพราะ

นั่งอยู่อย่างนั้นเกือบครึ่งชม. เหมือนกัน ก่อนจะนอนก็เลยหยิบนมกะขนมมานั่งกิน เพราะรู้สึกว่าเหมือน

จะปวดกระเพาะเลยต้องป้องกันไว้ก่อนกลัวไม่สบายแล้วจะเที่ยวไม่สนุก กินเสร็จก็นอน ตื่นอีกทีก็ประมาณ

ตีห้าครึ่งน่าจะได้ มาถึงเขตชายแดนหนองคาย จอดอยู่หน้าร้านริมโขง ละมั้งนะ จำชื่อร้านมิได้จริงๆ

ตอนแรกก็เอะ จอดทำไมวะ มืดๆ ไอ้เราก็คิดว่าพักรถหรือเปล่าแต่ก็ไม่มีใครมาบอกอะไร สักพักพอเริ่ม

มีแสงรำไร ก็มีเด็กรถขึ้นมาบอกว่า เดี๋ยวเราจะทำเอกสารผ่านคนเข้าเมืองที่นี้ แล้วก็รอเวลาด่านเปิด

แล้วเขาก็ให้ลงไปรอในร้าน ไปเสียตังค์ซื้อชา กาแฟ บลาๆ ดื่มยามเช้า แต่หญิงขอผ่านคะ อยากดื่มนะ

แต่ไม่ดีต่อสุขภาพท้องแน่ๆ พอลงไปร้านมันก็อยู่ริมน้ำโขงนั่นแหละ กิ๊บกิ้ว ดี๊ด๊ากันใหญ่ หนาวเฟร้ยๆ

งานนี้เห็นไอ้แมวแล้วสงสารปนขำ ดูท่าจะขี้หนาวจัดๆ เดินไปวิ่งเล่นกันริมระเบียง ถ่ายรูปแชะๆๆ

สักพัก ไอ้เราอยากรู้ว่าหนาวยังไง ก็เลยถอดแจ็คเกทออก เห้ย พอถอดแล้วไม่หนาวนี้หว่า พอไหวๆ

ก็เลยชักชวนเจ้โอ๊ต กะ แมวให้ถอดเสื้อหนาวออกบ้าง บอกว่าไม่หนาว ลองดู ตอนแรกก็ดูไม่ค่อย

จะกล้ากัน แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยากสัมผัส มีหรือจะไม่ถอด แล้วไอ้แมวก็อุทานออกมาว่า

"เอ้ย ไม่หนาวจริงๆด้วย" อ่อ ลืมบอก ทริปนั้นทั้งคันรถ มีพวก เรา 3 คนเป็นคนไทย แล้วคนไทย

เข้าลาวนี้ไม่ต้องทำวีซ่า ก็แค่กรอกบัตรผ่านเข้าเมืองเฉยๆ ส่วนพวกฝรั่งทั้งหลายก็ต้องนั่งกรอกโน่น

กรอกนี้กันไป ไอ้เรา 3 คนก็ดี๊ด๊า ไม่สนใจ เพราะของตูง่าย กร๊ากๆๆ

 

ระหว่างที่ถอดเสื้อหนาวออกกันหมดแล้วกิจกรรมออกกำลังกายยามเช้าก็เกิดขึ้น เพราะว่าถอดยืนกันสักพัก

มันก็เย็นอีกแล้วคับท่าน ก็เลยยืนเต้น กันไปมา สนุกดี เหมือนคนบ้าเพราะสติไม่ดี ไม่ใช่คนไม่ดี แต่ว่าสติไม่ดี

วุ้ย คนละเรื่อง กลับมาๆ หลังจากนั้น ก็เปลี่ยนกันถ่ายภาพแสงแรกยามเช้า กันอย่างหนุกหนาน ไอ้เรานี้ไม่รู้

เป็นอะไรหนอ สงสัยจะดูใจดีหรือเยี่ยงไร ยืนถ่ายรูปอยู่ดีๆ จำหนุ่มปุ่นได้ไหมคะในตอนที่แล้วนะคะ ได้ใจเจ้โอ๊ต

นะคะ คนนั้นแหละ เห็นเดี๊ยนยืนอยู่คนเดียว พี่แกก็ปรี่เข้ามา บอกว่า ช่วยถ่ายรูปให้ไอหน่อยสิ .... เอ่อ....

งง เล็กน้อย คนตั้งเยอะ สาวยุ่นก็มีนะในรถนะมีคนนึง ก็ไม่ให้เขามาช่วยถ่ายให้ อะก็ได้ คนงามน้ำใจ อิอิ

ก็ถ่ายภาพให้ไปสองภาพ เห้ย เดี๋ยวมันไม่จบแค่นั้นนะเสะ มันมีต่อ มีต่อคิวให้เดี๊ยนถ่ายรูปให้ อะไรกันนี้

เห็นอั๋วเป็นมือชัตเตอร์หรือเยี่ยงไรเนี้ย ก็พอถ่ายหนุ่มปุ่นเสร็จแล้วก็มี ฝรั่งมาขอให้ช่วยถ่ายให้หน่อย

อะๆ ปฎิเสธไม่ได้ฮะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าคนไทยแล้งน้ำใจ เดี๊ยนก็จัดการถ่ายให้แชะๆ เอะ เหมือนลุงจะ

ไม่ค่อยพึงพอใจกับภาพ ลุงบอก หนูๆ ขออีกรูป เอามุมนี้นะ เอ่อ... กรูไม่ใช่ช่างภาพสตูนะเว้ย !!!

แต่สุดท้ายก็ถ่ายให้จนได้ ถ่ายเสร็จเห้ยย เหมือนจะมีมาอีกแล้ว ดีนะไหวตัวทัน รีบผันตัวไปเป็น

นางสาวแบบให้เจ๊โอ๊ตดีกว่า ระหว่างถ่ายไปๆ ตาก็ดูวิวแม่น้ำไป เอ๊ะนั่นอะไร เอ๊ะนั่นอะไร อะไรลอยอยู่

ในแม่น้ำ มีไฟด้วย เอ๊ะๆๆ สิ่งมหัศจรรย์ในลำน้ำโขงหรือเปล่า ไอ้เราก็สงกะสัย ชี้ให้เจ้โอ๊ตดู เรียกแมว

มาดู เอ๊ะๆๆ แต่เหมือนจะไม่ค่อยมีคนสนใจT_T ในความใคร่รู้ของเรา (น้อยใจวะงิงิ) เห็นมองกันแปป

ก็บอกว่าไม่มีอะไรมั้ง ไม่จริ๊ง ไม่จริง มันต้องมีสิ มันลอยได้มีแสงด้วยนะ กลางแม่น้ำเลยนะ ก็อยากรู้อะ

แต่พอสักพัก มันก็ยังคงลอยไปและลอยไปจนเห็นว่ามันเคลื่อนที่และเหมือนสิ่งที่เรียกว่าไฟไม่ดับ

เจ้โอ๊ตเลยเพิ่มความสนใจขึ้นมาหน่อย เหอๆๆ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไร

 

มา ณ ตอนนี้ แอบกังวลเล็กน้อย เอ๊ะทำไมเรื่องบัตรผ่านเข้าเมืองของพวกเรา 3 คนมันยังไม่มีอะไรสักที

เด็กรถก็ไม่มาบอกอะไรสักที เอ๊ะๆ ไอ้เราก็เดินไปถาม เขาก็บอกว่า เดี๋ยวทำให้ฝรั่งก่อนครับ ไม่ต้องรีบ

อะไม่รีบก็ไม่รีบ นี้ก็รอแล้วรอเล่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า มองไปเอะ ทำไมเดินแจกพาสปอตให้ฝรั่งแล้วฟระ

แล้วพวกตูละ ยังไม่ได้เขียนอะไรเลยนะเว้ย !! ไอ้เราก็หน่วยกล้าตายไปถามอีก เขาก็บอกว่างั้นเดี๋ยว

น้องเอานี้ไปเขียน มันคือบัตรผ่านคนเข้าเมือง ของไทยและของลาว เสียดาย ไม่ได้ถ่ายภาพไว้

เอามากรอกๆกันอย่างสนุกสนาน เพราะพยามอ่านกันไปด้วย เอิ๊กๆ เขียนเสร็จอะไรเสร็จแล้ว แล้วก็มี

เด็กรถเข้ามาคุย มาถามว่าจะไปไหนกัน พวกเราก็บอกว่า เราจะไปหลวงพระบาง เขาก็บอกว่า"เก่งนะนี้

จะไปหลวงพระบางกันแค่ 3 คน"  เอ๊ะ ชักยังไงหว่า ไอ้เราก็สงสัยว่าทำไมหว่าก็ ถามๆๆ ว่าทำไมๆๆๆๆ

แกก็ทำมีพิรุด แล้วก็ตอบว่า "ก็ไม่มีอะไรครับ ผมว่ามันหนาว" ไอ้เราไม่เชื่อแกหรอก ต้องมีอะไรสินะ

แต่ช่างเถอะ มาไกลเกินจะกลับแล้ว พอสักพักก็ขึ้นรถ เคลื่อนตัวเข้าด่าน

 

แต่ ลืมเล่าอีกแล้ว แล้วจะเมาไหมนี้ เอ้ย คนละเหล้ากัน ฮะๆๆ เรื่องระทึกจิต คือตอนเช้าที่ลงมาจากรถ

ก็ยืนคุยกันอยู่ 3 คน ไอ้แมวก็เลยเล่าเรื่องบางเรื่องให้ฟัง แต่ก่อนจะบอกเรื่องราว ขอบอกก่อนว่า

นุ้งแมว เป็นมนุษย์พวกเห็นสิ่งที่คนน้อยคนเห็น หรือสัมผัสได้ นั่งคือสิ่งลี้ลับ ซึ่งเรื่องที่จะเล่านี้

ก็ไม่ได้คิดว่าลี้ลับอะไร แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล นั่นก็คือ เหมือนมันจะเจอผีบนรถ เป็นช่วงที่เราตื่น

ขึ้นมาตอนที่รู้สึกว่ามีคนลงไปห้องน้ำนั่นแหละ แมวมันรู้สึกเหมือนพอฝรั่งผู้หญิงลงไปเข้าห้องน้ำ

แล้วเหมือนมีคนเดินตามขึ้นมา ซึ่งพวกเราเนี้ย นั่งอยู่ชั้นสอง ตรงบันไดทางขึ้นพอดี แมวมันนั่งคนเดียว

ก่อนที่ผู้หญิงฝรั่งขึ้นมา แมวเล่าว่า เห็นว่ามีคนโผล่หน้าขึ้นมา โผล่หัวขึ้นมาครึ่งนึง แล้วเหมือนเห็นว่าไอ้แมว

ยังตื่นอยู่ ก็เลยผลุบลงไป แล้วสักพัก พอหญิงฝรั่งขึ้นมา มันก็เหมือนรู้สึกว่ามีคนเดินตามฝรั่งขึ้นมา

ซึ่งมันก็ไม่ได้หันกลับมาดู ได้แต่คิดว่าเมื่อไรไอ้คนนั้นมันจะลงไป แต่รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครลง

ไอ้แมวก็เลย นอนดีกว่า ส่วนตัวเรารู้สึกตัวแค่ตอนมีคนลงไปแล้วก็ขึ้นมา ก็เลยตื่นอยู่พักนึงไม่รู้เรื่องอะไร

 

โหะๆตัดเข้ามาถึงด้านคนเข้าเมืองดีกว่า พอมาถึงด่านคนเข้าเมือง ก็ปั้มๆ อะไรเสร็จเรียบร้อยไม่ยุ่งยาก

ก็คนไทยนี้เน๊อะ ง่ายๆ แต่.... ทำไมไอ้แมวยังไม่เสร็จเสียที ก็งง เอ๊ะ ทำไมช้า ยืนรอๆ แล้วไอ้แมวก็เดินมา

ไอ้เราก็ถามว่าทำไมช้าจัง ไอ้แมวก็เล่าว่า ก็คนตรวจนี้เขาก็ถามๆ พอดูรูปในพาสปอร์ต อืมเหมือน

พออ่านชื่อ เอ๊ะ ชักไม่แน่ใจ ขอมองหน้าอีกที ไอ้แมวเลยบอกว่าคนเดียวกัน แล้วตม. เขาก็ถามมันว่า

"ผู้หญิงหรือผู้ชายนี้"  กร๊ากๆๆๆ จบข่าว รู้แล้วทำไมช้า เรื่องขำๆยามเช้า พอรวมตัวกันได้ ก็ถ่ายรูปสิคะ

เพราะพวกฝรั่งยังไม่เสร็จกัน พวกเราเลยเดินถ่ายภาพ แชะๆ สิ่งแรกที่เห็นและถูกใจไปตามๆกันก็คือ

ป้ายทะเบียนรถจ้า ของใหม่แปลกตา ภาษาลาว ก็ถ่ายเก็บกันไว้ พอเสร็จสรรพคนพร้อมรถก็เคลื่อน

มาได้อึดใจหนึ่งก็ถึงแล้ว ด่านผ่านคนเข้าเมืองประเทศลาว (ตะกี้อยู่ด่านหนองคาย)

 

เดินผ่านด่านลาวมาได้ฉลุยอีกแล้ว เสียตังค์ค่าเข้าก็ 20 บาท แต่เหมือนเดิมฮะ รอฝรั่งนาน เพราะบางคน

มีเงินยูโรมา ซึ่งที่นั้นเขารับแต่ ดอลล่า บาท และก็ กีบ ฝรั่งก็เลยต้องยืนแลกยูโรกัน และด้วยความที่เจ้โอ๊ต

แกเป็นคนใจดี หึหึ เห็นว่าฝรั่งมันช้า แกก็ทำท่าจะจ่ายค่าผ่านทางให้เพราะเห็นว่าแค่ 20 บาท แต่ดีนะ

ที่เจ้แกคุยกะเด็กรถก่อน มีหวังเจ้แกได้เสีย 1500 แน่ๆ เพราะเขาเก็บราคาคนไทยกะต่างชาติต่างกัน

พอเจ้แกได้ยินว่าเสีย พันห้า อะจ๊าก ไม่จ่ายดีกว่า ยืนรอก็ได้ พอไทย 3 คนเข้าต่างประเทศเรียบร้อย

ไม่มีอะไรทำฮะ ก็ถ่ายรูป แล้ว แล้ว.... มีสาวลาวพนักงานในชุดผ้าซิ่น น่ารักดี ก็เลยขอเขาถ่ายรูปซะดื้อ

แล้วก็เดินวนไปวนมาถ่ายรูปกันนั่นแหละ พอคนเริ่มเยอะ รอสักพัก พักใหญ่ๆเลยหละ รถก็มา เหอๆ

ตอนแรกลังเลใจ เอ๊ะ ใช่รถที่พวกเราต้องไปหรือไม่ เพราะว่ามัน... มัน... เก่ามาก มาก และมาก และมากมาก

สภาพก็เหมือนรถรับส่งนักเรียน แต่เก่าๆ อืม ..ยืนลังเลกันสักพักก็ถามเด็กรถว่า ใช่คันนั้นหรือเปล่า

อะจ๊าก เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เอาวะ ยังไงก็ต้องไป ก็เดินเอาของไปเก็บบนรถ แต่รถเขาดีนะ เขาหุ้มผ้า

ปูเบาะใหม่ เหมือนจะถอดซักได้ เป็นสีขาวอีกต่างหาก

 

อ่อ ในระหว่างที่รอ รถมาเนี่ย ไอ้พวกเราก็ยืนคุยๆกันไป แอบสร้างสัมพันธภาพระหว่างประเทศนิดหน่อย

คือเด็กรถเขาบอกว่า มีคนที่จะไปถึงหลวงพระบางกับเราอีกคนสองคนนี้แหละ ไอ้พวกเราก็หลงดีใจ

เสาะหาว่าไผกัน เผื่อว่า joy with Us ไหม มองๆไปตาก็ไปประสบกับสาวปุ่น ก็เลยไปตีสนิท

เหอๆๆ เจ้โอ๊ต กะไอ้แมวก็ใช้เรียมน้อย ออกหน้าแทนเช่นเดิม ก็เข้าไปคุยๆ พอรู้ว่าไปถึงวังเวียง

ด้วยกันก็กรี๊ดกร๊าดดี๊ด๊ากันใหญ่ จนเด็กรถบอกว่า "ต๊องเหมือนกัน ก็ไปกันได้แหละครับ ฮ่าๆ"

สร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอันเรียบร้อย ก็เดินไปขึ้นรถ และด้วยเป็นคนก่อความสัมพันธ์

ก็เลยต้องรับหน้าที่ไปนั่งกะสาวปุ่น แล้วเบาะหน้าก็เป็นหนุ่มปุ่น สรุป เราย้ายกรุ๊ป มาเป็นกรุ๊ปปุ่น

ชั่วคราว อ่อ สาวกะหนุ่มปุ่น ที่เราคิดว่ามาด้วยกันอะ จริงๆแล้วเขาไม่ได้มาด้วยกัน โอ้ว สาวปุ่น

โคตรเก่งเลย กล้ามากๆ คุยไปคุยมา เลยรู้ชื่อว่า ชื่อคุมิโกะ

 

นั่งรถไปประมาณ ชม.ได้ และเราก็มาถึงแล้ว ถึงเวียงจัน ถึงเอเจซี่ มาลงที่เอเจนซี่ เพื่อรอที่จะต่อรถ

กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องจริงไหม และมันก็สายแล้วด้วย ประมาณ 9 โมงได้มั้ง (เอาเวลามาจาก

ไดอารี่ของเจ้โอ๊ต อิอิ) ก็เลยเอาวะ กินมันร้านข้างๆ เอนี้แหละ มื้อแรกก็ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไร เพราะมันดู

แบบ อืมม.. อะไรเนี่ยไม่เคยกิน แต่เราเห็นหนมปังฝรั่งเศสหละ แต่ไม่กินไม่ชอบ พอดูเมนูก็ อืม..

มีแต่อาหารเช้าแบบฝรั่ง แล้วก็จะมี เฝอ ดูเมนูกันสักพัก คุมิโกะ แกสั่งไปก่อนแล้วเรียบร้อย

เป็นบาเกท หรือว่าแซนวิสขนมปังฝรั่งเศสนั่นเอง พอเห็นเยี่ยงนี้ คุณแมวก็สั่งบ้าง ส่วนเจ้โอ๊กก็สั่ง

เฝอ ส่วนเรียมก็ สั่งสลัดทูน่า (ไฮโซซะไม่มี) แต่ถูกใจแซนวิสบาเกทมาก เพราะว่าเขาใส่ต้นหอม

เป็นต้นๆเลยคับพี่น้อง มาเป็นต้น!! สลัดทูน่าก็ไม่มีอะไรอร่อยดี สลัดน้ำใส ส่วนเฝอเจ้โอ๊ต สุดยอด

อร่อย แต่เฝอลามไม่เหมือนเฝอญวนนะ จะเรียกว่าต่างกันเลยก็ไม่ได้ คล้ายๆกัน แต่เครื่องน้อยกว่า

อีกอย่าง ชามใหญ่มาก ใหญ่ประมาณ ชามราเมงเลยหละ แต่ก็อร่อยด้วยผงชูรส แต่ก็ถือว่าผ่าน

กันตายกันไปก่อน ก็วนกันชิมเฝอเจ้โอ๊ต ดูคุมิโกะจะชอบใหญ่เพราะหลังจากที่อิ่มกันแล้ว ไอ้เราก็

เอาเฝอเจ้มานั่งจิ้มหมูกิน แล้วสักพัก คุมิโกะบอก ถ้าไม่มายด์ ขอกินได้ป่ะ อะโอเคๆ ไม่มีใครว่า

อะไรอยู่แล้ว พอทานเสร็จก็เอาข้าวตังที่แบ่งกินกะคูมิโกะบนรถมากินอีก แล้วพอดี รถสามล้อก็มา

เอ๊ะ ! ทำไมไปวังเวียงเราต้องไปไอ้สามล้อเครื่องนี้จริงรือ ได้ข่าวว่ามันนั่งรถ ประมาณ 4 ชมได้นะ

เฮือกๆๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่หรอกจ๊ะ อิอิ เขามามารับเราให้ไปขึ้นรถอีกคันต่างหาก อะแล้วก็ได้เวลา

เดินทางต่อ แต่ทว่า คุมิโกะไม่ได้ไปกับเรานี้สิ เหอๆๆ งง เลย แต่กลับเป็นฝรั่งที่นั่งคุยกันตลอดคืน

นั่นมากกว่า โอ้วว เจ้โอ๊ตเห็นดังนั้น ถึงกับทำหน้าเหยๆ อี้ กรูทำอะไรกับเมิงมาเนี่ย (คาดว่าเจ้โอ๊ต

คงคิดแบบนี้แหละ กร๊ากๆ) ก่อนต้องแยกกะคุมิโกะ ไอ้เราก็เลยยกข้าวตังให้ทั้งถุง เพราะดูว่าเขาจะชอบ

ใจจริงก็เสียดายนะ แต่เอาเหอะ ขี้เกียจถือของเยอะ....

 

อะ พอมาถึง รถก็จอดรอพวกเราอยู่เรียบร้อยแล้ว และก็คนก็เต็มรถแล้วด้วยโอ้ว นั่งไหนละที่นี้ เป็นว่า

ตอนนี้พวกเรา 3 คน ก็ต้องแยกกันชั่วคราว ไอ้เราก็เลือกนั่งหน้าหน่อย นั่งกะฝรั่งปู้ชายด้วยแหละ

แต่เหมือนว่าเขาจะหวาดหวั่นกับหนูยังไงก็ไม่รู้สิ แล้วเบาะข้างๆก็เป็น เอเชีย ตอนแรกไม่รู้ว่าชาติไหน

เพราะหน้าออกหมวยๆ จีนๆ เจ้ๆ น่าจะอายุประมาณ 30 ปลายๆ เป็นผู้หญิง ก็ไม่ได้สนใจ แล้วด้วยความ

ที่เหมือนจะปวดฉี่ อึ๊ยๆ ไม่ได้ต้องฉี่ก่อนดีกว่าตูไม่อยากนั่งทรมาร ก็เลยวิ่งจู๊ดไปขอร้านอาหารเข้าห้องน้ำ

เขาใจดีนะ ให้เข้าด้วยน่ารักดี เสร็จแล้วก็กลับมาด้วยความโล่งสบายพร้อมเดินทาง นั่งไปก็มองไปข้าง

หลังเป็นพักๆ คือว่า สารภาพว่ามองไปแล้วเหมือนหลุมดำ มองไม่เห็นเจ้โอ๊ตกะนุ้งแมว ง่าหายไปไหน

หมู่ฝรั่งเสียแล้ว ....

 

นั่งไปเรื่อยๆ ซึ่งไอ้เราก็ เหอๆ ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่าเพราะขึ้นรถได้ ก็หลับเลย เลยอดเห็นทิวทัศน์

ข้างทาง รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาจอดพักรถให้ลงไปยืดเส้นยืดสาย แล้วก็เข้าห้องน้ำ และพวกเราก็ได้มาเจอกันอีกครั้ง

ร้านที่เราแวะเข้าไปพักรถก็เป็นเหมือนร้านขายของตามบ้านนอกบ้านเรานั่นแหละ ผสมกับเหมือนเป็น

ร้านอาหารตามสั่ง แต่ก็มิได้สนใจอะไร ขอเข้าห้องน้ำก่อน ระหว่างที่ยืนรอเข้าคิวห้องน้ำ เอ๊ะนั่นอะไร เอ๊ะนั่นอะไร

อีกแล้ว นั่นอะไรนอนแน่นิ่งอยู่ในกะละมัง อึ๊ยยย.... มันคือ..สัตว์ป่าสักชนิด ถามเขา เขาบอกว่ามันชื่อ "อ้น"

นุ้งแมวเห็นแล้วบอกว่า "วอมแบท" อธิบายลักษณะไม่ถูกแต่ก็เอาว่ามันออกจะน่ารักนิดๆก็แล้วกัน ตัวเท่า

ลูกหมาอะ แต่นอนหมดชีวิตอยู่ในกะละมังแทน โอ่ว แม่เจ้า แล้วเราจะแน่ใจได้ไงฟระว่าหมูที่กินมันจะ

ไม่ใช่ "อ้น"  ผ่านๆ เข้าห้องน้ำเสร็จก็มานั่งคุย ส่วนเราก็ ไม่ได้ กองทัพต้องเดินด้วยท้องอีกแล้ว

เพราะรู้สึกหิว ก็เลยซื้อไวตามิลเอาไว้ไปดื่มบนรถ แล้วก็ ขนมที่เหมือนฮานามิ แต่ชื่อว่า "รวยเพื่อน"

(ที่เมืองไทยก็มีนะ แต่ไม่ค่อยเห็น) อ่อ มาถึงแถวนี้ หรือ เรียกง่ายๆว่าออกจากเวียงจันแล้ว เทเลโฟน

ของพวกเราก็ดับสัญญาณทันที คือ ไอ้ที่คนบอกว่า โทรศัพท์นะใช้ที่ลาวได้ มีสัญญาณ นั่นหมายความว่า

ใช้ได้แค่เวียงจันนะจ๊ะ และบางส่วนของเวียงจันก็ใช้ไม่ได้ และเป็นที่แน่นอนว่า ออกจากเวียงจันก็ไม่ได้

 

เอาหละ เดินทางกับรถปุเลง ปุเลงกันต่อ ... พอขึ้นรถได้ปุ๊บ ก็เป็นอันรู้แน่แท้แก่อุราแล้วว่า เบาะข้างเรา

หญิงชาวเอเชียกลุ่มนั้น เป็นคนไทยคับ!! ดีใจนะเนี่ย แล้วเจ้โอ๊ตก็บอกว่า "เห้ย ปุ๊กถามสิว่าเขาจะไป

ไหนกัน" (เง้อเจ้ เขาคนไทยนะนั่นทำไมเจ้ไม่ถามเอง เอง เอง) แล้วเราก็รับหน้าที่เป็น ทรานสเลเตอร์

ถามพวกป้าๆ เอ้ย พี่ๆ แกก็บอกว่าจะไปหลวงพระบาง อะเย้ๆ เจอเพื่อนร่วมทางแล้ว แต่ตอนที่เดี๊ยน

เอ่ยปากถามนี้สิ ตอนแรก ป้าแกทำหน้าไม่ค่อยเชื่อหู พร้อมกับอุทานออกมาว่า "อุ้ย คนไทยหรอน้อง

พี่ก็นึกว่าเป็นต่างชาติ" ป๊าด คิดไปซะไกลเชียว แล้วก็คุยๆกันไปพอรถออก มองดูเวลา เห้ย เที่ยง

หิววะ แล้วก็งัดเอาไวตามิลมาดูดๆ ซู๊ดๆ และด้วยความน่ารักเป็นทุนเดิม พร้อมแอบมองด้วยปลายตา

ไปยังเบาะป้าๆ เห้ย พี่ๆ กำลังหม่ำหนมปังกะหมูยอกัน แง่ม อยากกินอ่า หิวอ่า และด้วยสงสัยว่า

ของจะแรง คิดยังไม่ทันหมดหัว พี่สาวใจดีก็ยืนหนมปังกับหมูยอที่ทำเสร็จแล้วมาให้เค้ากินชิ้นนึง

โอ้วว อร่อยสุดตรีนนนน ซาบซึ้งน้ำใจยิ่งนัก แล้วพอทานหมด เขาก็ให้ส้มมาอีก 1 ลูก ฮือซึ้งใจ

ส้มลูกนั้นยังไม่ถูกกิน จะเก็บไว้กินที่หลังเป็นสเบียงสำรอง ระหว่างทานก็ เป็นห่วง 2 เจ้ข้างหลัง

ว่าป่านนี้คงหิวกันแน่แท้ เพราะตัวใหญ่ขนาดนั้น แต่เหมือนเดิม มองไปแล้วเหมือนหลุมดำ มอง

ไม่เห็นอีกแล้ว แงๆ พอทานอิ่ม ด้วยหนมปังแผ่นเดียว อิ่มจริงๆนะนั่น ก็ผล่อยหลับไปอีกแล้ว

เอ้อ หลับง่ายจริงๆตู สงสัยจะเหนื่อย หรืออิ่มกันแน่หว่า ...

 

โอ้ๆๆ ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว แต่ยังไม่ถึง แต่รู้สึกเหมือนใกล้จะถึง อ่ะ ทำไมฝรั่งข้างๆ ถึงได้นั่งหนีบ

ตัวลีบขนาดนั้นเนี่ย เค้าหลับเฉยๆนะ ไม่ได้ทำอะไร เอ...หรือว่าเราละเมอ?? ทำไมถึงได้ทำ

ท่าหวาดกลัวเราจังเลย ว้า แต่ช่างเถอะ ไม่สนๆ ก็นั่งดูวิวไปสักพักและแล้ว เราก็ถึงวังเวียง

นั่งรถมาร่วม 4 ชม. ถึงก็ประมาณ บ่าย 2 บ่าย 3 ประมาณนั้นหละ พอถึงก็คุยกับเอเจนซี่

นัดเวลามาขึ้นรถในตอนเช้าเพื่อจะไปหลวงพระบาง แต่ด้วยความที่เจ้โอ๊ตอยากถึงไวๆ ก็เลยถาม

เอว่า นั่งรถต่อไปตอนนี้เลยได้ไหม ? ทางเอก็บอกว่า ไม่ได้ ไม่มีรถ เหอๆๆ ไอ้เราก็จะบอกเจ้

ก็บอกไม่ทันว่าเขาไม่เดินทางกลางคืนกัน มันน่ากลัว มันมีปล้น (จริงๆก็รู้แค่นี้แหละ เลยคิดว่า

ไอ้คำว่าน่ากลัวนี้ ก็คงเป็นเรื่องโจรแหละมั้ง แต่จริงๆแล้ว..มันมีมากกว่านั้น เอาไว้เล่าวันพรุ่งนี้ อิอิ)

สุดท้ายก็ทำการเปลี่ยนตั๋ว หรือ "ปี้" เสร็จสรรพก็ได้เวลาหาที่พัก และด้วยความตั้งใจว่า จะนอนริมน้ำ

ก็ต้องเดินหากันหน่อยแล้ว ก็เดินๆ ไปถึงริมโขง แต่เอ๊ะ ไหนวะ แม่น้ำ ไม่เห็นอะ ไอ้ที่อยู่ในรูปที่ดูมา

ก่อนมามันอยู่ไสนี้ หากันมิเจอ ก็เลย เอาวะ ไปเจออยู่ที่หนึ่ง เป็นเหมือนบังกะโลเล็กๆ อยู่ริมโขง

ก็คุยเรื่องราคากัน เขาบอกว่า คือละ 5 ดอลล่า หรือตกคืนละ 170 บาท โอ้ว ไม่แพงๆ ประกอบ

กับเหนื่อยแล้ว อยากพัก ก็เลยตกลงกันว่า นอนที่นี้แหละ ตอนไปดูห้อง เจ้าของหนุ่มน้อยเขาน่ารัก

มาเลยนะ ก็เปิดๆให้ดู แล้วพอตกลงว่านอน เขาก็ถามว่า เอากี่ห้อง พวกเราก็บอกว่าห้องเดียว

ผู้บ่าวของเราก็ทำหน้าแบบงง พร้อมกับมองไปที่นุ้งแมว แล้วหันกลับมามองเรียมกะเจ้โอ๊ต

แล้วถามอีกว่า นอนได้หรือ เปิดอีกห้องไหม แต่พวกเรายืนยันหนักแน่นว่า ไม่ พวกเราจะนอนด้วยกัน

ผู้บ่าวเลยทำหน้าแหย่ๆ แล้วก็เดินไปจ่ายตังค์กัน โอ้ว เย่ ได้พักแล้ว ได้อาบน้ำแล้ว หลังจากที่ไม่มี

ใครได้อาบน้ำตั้งแต่วันที่ 22 เหอๆๆ เน่าเต็มพิกัดจริงๆ หลังจากที่พักผ่อนทำภาระกิจส่วนตัว

อาบน้ำอาบท่าเป็นอันสบายตัว ตอนนี้ก็ได้เวลา ออกเดินเล่น และทำตามแรงขับเคลื่อนของธรรมชาติ

คือหาอะไรยัดท้องนั่นเอง...

 

เดินออกมาจากที่พัก ด้วยความร่าเริงสุดขีด เดินผ่านมาปุ๊บ มีร้านขาย pan cake แบบรถเข็น!! ใช่

มาแบบรถเข็น เพราะจริงๆแล้วมันคือ... "โรตี" นั่นเองนะพี่น้อง แต่ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลาโรตี เดินเลยมานิด

เอ๊ะ เขากำลังปิ้งอะไรกันอยู่ อุ้ยๆ หิวๆน่ากินๆ นั่นบาบีคิวไม้จ้อย ก็เลย สะด๊วบบาบีคิวไม้เล็กไป 1 ไม้ด้วย

ราคาพันกีบ เจ้โอ๊ตก็สะด๊วบไส้ย่าง พันกีบเหมือนกัน กินไปเดินไปไม่ถึง 2 ก้าวหมด เพราะไม้เล็กมาก

พอหมดเท่านั้นแหละ ไอ้อ้นตัวน้อยก็แว่บเข้ามาในสมอง ป๊าดด ตะกี้ไก่จริงป่าววะเนี่ย หวังว่าคงไม่อ้นนะ

งืดๆ ส่วนเจ้โอ๊ตหลังจากที่เดินๆเห็นอะไรปิ้ง เราก็เข้าไปถามว่าเนื้ออะไร ได้คำตอบมาว่า เนื้อ ควาย!

แต่มันไม่ชัดแบบนั้นสิคะ คนลาวเขาไม่มี สระอา เขาบอกว่า เนื้อ ค... เอ่อ อึ้งนึดนึง เลยต้องถามอีกรอบ

ว่าเนื้ออะไร อ่าที่นี้ละก็เคลียรแล้ว เนื้อ คว ย นั่นแหละ แต่ สระอาหาย แอบขำๆ กิ๊กๆในใจ พอรู้ว่าเป็นเนื้อควาย

เจ้โอ๊ตถึงกับ เอ๊ะ ไส้เมื่อกี่ที่กิน ไส้ควายเปล่าวะ เพราะไม่มีใครกินเนื้อ แล้วก็ก็บอกว่าอืม อาจจะไส้ควาย

เพราะว่ากลิ่นมันแปลกๆ โห๊ะๆ ล้างขี้ไม่หมดด้วยอะเดะ กร๊ากๆ เจ้โอ๊ตกินคะ คะ คลี่.. เหมือนสายัน น น น

เดินวนกันหนึ่งรอบ ดูร้านไปเรื่อยๆ ร้านอาหารที่นี้ เจ๋งมากๆ เพราะไม่ได้ทำไว้ให้นั่ง แต่ทำให้นอน

เป็นเหมือนตั่ง ยกสูง มีโต๊ะ ขนาดสูงเท่าโต๊ะญี่ปุ่น แต่ขนาดจะยาวกว่ากว้างกว่า แล้วก็รายร้องไปด้วย

หมอน!! และหมอน คือไม่ต้องนั่ง นอนกินกันไปเลย มีทีวีให้ดู ส่วนใหญ่เป็น เรื่อง friend แต่เราก็

ยังทำใจไม่ได้ว่าจะกิน แต่ด้วยความหิว ก็เดินกันไปสักพัก อยากทานข้าวริมโขง นั่งสบายๆ ก็เลยไป

จบที่ร้านอาหารของโรงแรมริมโขง ...

 

อาหารฟลูคอส มื้อแรก ในต่างประเทศ มื้อนี้ มี ต้มยำกุ้งน้ำข้น (พื้นๆเน๊อะ) ลาบไก่ (พื้นๆอีกแล้ว)

ผัดผักรวมมิตร (โครตพื้นๆเลย) จำไม่ได้ว่าสั่งกี่อย่าง แต่ก็ประมาณนี้แหละแล้วก็ข้าว อ้า และ

กิจกรรมหลักระหว่างที่รอ ก็คือการถ่ายรูป กิ๊บกิ้ว ไม่รู้เจ๊โอ๊ตนึกยังไง ถึงได้คิดถ่ายรูป อิมเมจ

นางเอกนิยายของนุ้งแมว หญิงปุ๊กก็เลยกลายเป็นอิมเมจจำเป็น ถ่ายภาพกันไปสักพัก อาหารก็ยังมิมา

พอพักใหญ่ๆ อาหารถึงจะมา เขาใจเย็นกันมาก มากมาก  โอ้วว แต่ช่างเถอะของกินมาทุกอย่างก็หยุด

ถ่ายรูปของกินแล้วก็ลงมือทานกัน โอ้แม่เจ้า อร่อย เป็นสุข กินแล้วแฮปปี้ ส่วนเจ้โอ๊ตก็ ได้ใจจริงๆ

ขอบอกว่า อาหารจานใหญ่มาก ต้มยำกุ้ง ลาบไก่ ผัดผัก ที่เขียนว่าพื้นๆนะ มันไม่พื้นเลยนะขอบอก

เพราะรสชาติต่างกับของไทย แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ แอบติดใจลาบไก่ หุหุ มื้อนี้ก็กินซะเต็มคราบ

จนเจ้โอ๊ต กะนุ้งแมวตกใจ ว่า เห้ย ตัวนิดเดียวกินเยอะกว่าเจ้โอ๊ตอีก !! ก็คนมันไม่อิ่มอ่า มื้อนี้ก็

ทานกันสำราญบานจิต ถึงเวลาเก็บเงิน บิลมา อะเจ้ย 30,000 หมื่นกว่า จ่ายไงฟระ เหอๆๆ

30000 กีบ กิ้ววว ตอนจ่ายตังค์นี้เป็นอะไรที่ นานมาก ไม่ใช่ว่าเคลียร์ไม่ลงตัวนะ แต่ว่า

เงินกีบมันนับยากมากๆ เลขมันจะคล้ายๆกัน สีก็คล้ายๆกัน แล้วแบงค์ก็ยาว นั่งงมนับตังค์กัน

ชั่วครู่ และคนที่มีปัญหาในการนับเงินมากสุดคือนุ้งแมวนั่นเองงงง เพราะนุ้งแมวไม่ค่อยสันทัด

นับผิดนับถูก เอิ๊กๆๆ กว่าจะจ่ายเงินได้ก็ปาไปครึ่งชม.ได้มั้ง จ่ายเสร็จก็นั่งรอตังค์ทอนสักพัก แต่

ก็ยังไม่มา ยุงก็เริ่มกัด อะ ไม่เอาก็ได้

 

แล้วก็ ด้วยเราอยากชาร์ตแบทไอพอดแล้วก็เล่นเน็ต ก็เลยเดินวนกันอีกรอบ หาร้านเน็ต เจ้โอ๊ตกับนุ้งแมว

ก็จะหาร้านนั่ง เอ้ยร้านนอนที่อยู่ใกล้กับร้านเน็ต อืม.. ตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะว่านั่งร้านไหน

ก็ได้เล่นเสร็จแล้วเดินไปหา แต่เจ้โอ๊ตบอกไม่ได้ ต้องมองเห็น อ่า ก็ได้ฮะ แล้วก็เดินไปเจอร้านหนึ่ง

เหมาะเจาะ ก็เลยเลือกเอา ชม.เน็ตที่นี้ คิดนาทีละ 300 กีบ แพงโน๊ะ แต่สุดยอดฮะพี่น้อง น่าเล่นเกมสุดๆ

เพราะว่ามันเป็น ADSL อย่างเร็วอะขอบอก นั่งเล่นละก็เสียบไอพอด ไปสัก ชม. เจ้โอ๊ตกะแมวก็นั่งนอนดู

ทีวีแล้วก็เห็นว่าสั่งอะไรไม่รู้มาทานกะเบ่ยลาว มารู้ที่หลังตอนที่เจ้โอ๊ตเดินเอามาให้หม่ำในร้านเน็ต

ว่ามันคือ ชีสย่าง เป็นชีสอบกับมันฝรั่งทั้งลูกอะ ก็อร่อยดี แล้วก็เลิกเล่นเน็ตไปนั่งสมทบกะเจ้โอ๊ตนุ้งแมว

แล้ววันนี้ ก็ได้ลองดื่มเบียร์ครั้งแรกในชีวิต กรี๊ดๆๆ เบ่ยลาว ขวดเดียวเองง่า อยากดื่มอีก แต่เหมือนว่า

จะไม่มีใครดื่มด้วยเป็นแน่แท้ รู้สึกว่าขมดี ไม่เหมือนเหล้าเหล้าหวานไปแล้ว นั่งสักพัก หิวฮะ ก็เลยสั่ง

เฝอมาทาน เจ้โอ๊ตถึงกับอึ้ง มันยังทานได้ ! ส่วนนุ้งแมวก็เห็นว่าไปซื้อบุหรี่มาสูบ อยากรู้ว่าหรี่ลาว

รสชาติเป็นไง รู้สึกว่าจะยี่ห้อ ดอกไม้แดง หุหุ เห็นเล่าว่า ก็ไม่มีอะไร แต่อย่าอัดลงปอด เพราะ

บอกคำเดียวว่า โคตรแรง!! นั่งรอเฝอมา เบ่ยลาวจิบไป เฝอมาทานเฝอ จิบเบ่ยหมด จ่ายตังค์

เดินกลับมานอน เพราะนุ้งแมวหนาวมาก เดินทางกลับมา อุ้ยๆ อยากหม่ำโรตี ก็เลยแวะซื้อโรตีมาทาน

มียืนจอดอยู่ 3 ร้าน ก็เลยทำการกระจายรายได้ โดยการแยกกันซื้อคนละร้าน และเหมือนเดิม เจ้โอ๊ต

กะนุ้งแมว ก็อึ้งอีกแล้ว เรียมทานได้ !!

 

พกโรตีมาทานที่ห้อง นั่งฟังเพลงสกา ที่ลอยมาตามลม เหมือนว่าจะอยู่ฝั่งตรงข้าม นุ้มแมวของเรา

ก็อยากไปดูว่ามันเป็นเยี่ยงไร แต่ว่าไม่รู้ว่าทางเข้าไปสะพานข้ามมันอยู่ตรงไหนๆ ทั้งๆที่สะพานข้าม

ก็อยู่ข้างห้องเรานั่นแหละ เห็นตำตาแต่ข้ามไม่ได้ แล้วก็ดึก หนาว ก็เลยไม่ไปนั่งฟังกันอยู่หน้าระเบียง

เอาผ้าห่มมาพันตัว แล้วก็นั่งทานโรตี สักพักก็แยกย้ายไปนอน อืม ไม่ได้แยกสินะ เพราะนอนด้วยกัน

 

 

     Share

<< วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2549 : ระหว่างเดินทาง เจ้โอ๊ตเกรียมวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2549 : เรื่องของวันที่ 24 เรื่อง... >>

 

Posted on Mon 29 Jan 2007 20:14

 

 

 

CalendA
 

 

 

แจงเหตุ
ขออภัยในความไม่สะดวก
Windy weather
แมวมาหา หมามาสู่
วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2549 : เรื่องของวันที่ 24 เรื่อง...
วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2549 : ระทึกจิต
วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2549 : ระหว่างเดินทาง เจ้โอ๊ตเกรียม
วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม2549 : พารานอยด์ก่อนเดินทาง
EDIT วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2549 : ตื่นเต้นจะไปต่างประเทศ
วันพุธที่ 20 ธันวาคม 2549 : นอนอืด
วันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2549

ล่าสุด

 

 

โปรด

รักที่เป็นความลับ
รักที่เป็นความจริง
สวัสดีคุณครู
รักนี้แม่และลูก
รักล้ำลึกบนดวงจันทร์
รักหนักแน่นเขียวหยก
รักขี้เกียจเลซี่
รักแด่สตรีไทย
รักในความสงบ
diclub
รักบนพาราไดซ์

 

 

 

 



 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh