บันทึกการเดินทางหน้าที่สิบเอ็ด

 


 

 

 

 

บันทึกการเดินทางหน้าที่สิบเอ็ด

 

- พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ -

 

จบไปแล้วอีกหนึ่งวัน วันที่ 9 เมษยน 2550 วันสุดท้ายของการพักผ่อน ตารางวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก

Check out ตอน สิบโมงเช้า แล้วก็แบกสำภาระไปหาพี่มิ้ง ที่บ้าน ที่แกทำงานอยู่ แต่กว่าจะเคลื่อนตัวออกจากโรงแรม ก็ใช้เวลาไปร่วม 1 ชั่วโมง อืม.... หนักวุ้ย สัมภาระเยอะขนาด ก็กะว่าเดี๋ยวรอรถเมล์ แล้วนั่งรถเมล์เข้าเมือง แต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่เป็นเรา เป็นตัวของตัวเอง ไปยืนดูตารางรถเมล์ อืม... ดูไม่เข้าใจ เพราะเป็นตัวของตัวเอง วะฮะฮ่าฮ่า ก็เลยกะว่ายืนรอไปเลยดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ ยืนเฉยๆก็เบื่อ ก็เลยเดินมาถ่ายรูป แค่นิดเดียวนะ นิดเดียวจริงๆ แล้วมันก็เหมือนรถเมล์เมืองไทย รอไม่มา มาตอนไม่รอ เฮือก แล้วก็ไม่มีคนรอ รถเมล์ก็แล่นฉิวผ่านไปง่ายดาย ไอ้เราก็ เห้ย รอก่อน วิ่งสิคะ แล้วก็วิ่งทำไมวะเนี่ยตู วิ่งไปก็ไม่ทัน T_T  เฮือก สรุปว่า ถ้าจะรอต่อ ก็คงอีกครึ่งชั่วโมง อืม....แต่ก็ไม่อยากรอ สุดท้ายก็เดินก็ได้วะ เฮือก 1 ไมล์ กับสัมภาระเต็มพิกัด ..... หนัก เมื่อย เหนื่อย

เดินไปได้ทีละนิด แล้วก็ต้องพัก เมื่อยมากๆ เป้หนึ่งใบ กระเป๋าถือใบใหญ่อีกหนึ่งใบ ข้างในก็มีเสื้อผ้า ขนมขิง  ดาวินชีโค้ด 1 เล่ม และหรือว่าผมฆ่า อีกหนึ่งเล่ม อืม ขนาด พอๆ กันเลย สรุปว่าหนักมาก กว่าจะเดินถึง ก็เล่นเอาล้าไปเหมือนกัน....

 

 

พอเจอพี่มิ้ง แกก็ให้เข้าไปรอในบ้านที่แกทำงาน เจ้าของบ้านน่ารักมาก ทำชาให้ดื่ม แล้วก็ระหว่างที่รอ พี่มิ้งทำงานเสร็จ เจ้าของบ้านแกก็จะเข้ามาถามเรื่อยๆว่าจะเอาอะไรไหม โอเคหรือเปล่า น่ารักจริงๆ อ่อ บ้านหลังนี้ ทำเป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่กี่ห้อง แต่แพง วะฮะฮ่า เราเลยไม่พัก เอิ๊กๆๆ นั่งรอไปสักพัก พี่มิ้งก็เสร็จงาน แล้วก็ออกเดินทางมาหาอะไรกินกันที่ windermere แล้วก็รอรถไฟกลับ...

 

อาหารเที่ยงวันนี้ เป็นอาหารฝรั่ง เป็นร้านที่พี่มิ้งบอกว่า เคยมายืนรอคิว แบบว่า ที่นั่ง 2 คน ยืนรอ เกือบๆ 40 นาที โอ้แม่เจ้า แต่ว่าวันนี้ ไม่ต้องรอ พอบอกว่า 2 คน ก็ได้ที่นั่งเลย โอ้ อะไรจะโชคดีขนาดนี้ ส่วนเมนูที่สั่ง ของพี่มิ้งรู้สึกว่าจะเป็นไก่อะไรสักอย่าง ส่วนของเราก็เป็น คอกเทลกุ้งปู กับมันฝรั่งอบชีส+เนย ....

 

นั่งรอไม่นาน อาหารก็มา โอ้แม่เจ้า อร่อย ต่างจากที่เคยกินมาเลย ถือว่า เยี่ยม ผ่าน อร่อย กินเกือบหมด ที่ไม่หมด ก็เป็นมันฝรั่ง ที่ไม่สามารถยัดเข้าไปได้อีก ทานอาหารเสร็จ ก็พอดีกับเวลา ก็ไปรอรถไฟ เที่ยวกลับ.....

 

รถไฟเที่ยวกลับเนี่ย ดูเหมือนว่าคนจะเยอะเอาการ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย การต่อรถไฟในชั่วแรกๆก็ไม่เท่าไรนะ สบายๆ พอรถไฟมา ก็ขึ้นนั่ง แล้วก็ไปลงที่ Oxen Holm Lake District จากนั้นก็ต่อไป Birmingham แล้วก็ ไป Reading แล้วก็จากรีดดิ้ง ก็มาถึงลอนดอน ระหว่างที่รอรถที่ Oxen Holm สายตาก็พลันไปเจอะกับป้าที่พักอยู่ห้องเดียวกัน ก็เลยยืนคุยกัน ว่าจะไปทางไหนยังไง หุหุ ก็เลยร่วมเดินทางไปด้วยกัน ระหว่างที่นั่งรถไป อืม รถไฟประกาศว่า รถไฟเสียเวลา เพราะว่าคนเยอะมาก  เห้ย แล้วงี้ตูจะไปทันรถไฟที่ เบอมิ่งแฮม ป่าวหว่า สุดท้าย พอถึงเบอมิ่งแฮม งานนี้ก็ต้องโกยอย่างเดียวฮะ วิ่งกันกระฉูด เฮือกก ของก็เยอะ หนักก็หนังแล้วต้องวิ่งอีก วิ่งไปหอบไปแล้วหยุดพักไม่ได้ด้วย แล้วป้านั่นก็เร่ง เร็วๆ เธอทำได้ คัมมอน เฮือกกตูจะตายแล้ว ก็เลยคิดว่าเอาวะ ไม่ทันก็ไม่ทัน แต่ก็ เฮือกสุดท้าย วิ่งกระฉูด สุดท้ายก็ทันจนได้ แต่ก็แทบตาย พอเข้ามาถึง  โอ้แม่เจ้าคนเยอะมากๆ แล้วตูจะได้ที่นั่งไหมละนี้  เพราะที่เต็ม ส่วนที่ไม่เต็ม ก็จองไว้ พอป้าเห็นว่าเราไม่มีที่นั่ง แกก็แบบ พยามหาที่ให้นั่งนะ ซาบซึ้ง มากมาย แต่ก็ต้องบอกแกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเดินหา .....

 

มาถึงตอนนี้ ก็ต้องเดินทางตามลำพังอีกแล้ว เดินดุ่มๆ หาที่นั่ง แล้วโลกก็ไม่ได้โหดร้ายกับเรา สุดท้ายเราก็ได้ที่นั่ง แต่ใครว่า โลกไม่โหดร้าย จริงๆ โรคนั่นโหดร้ายกับเรายิ่งนัก.... เพราะว่า ....

 

นั่งไปได้สักพัก รู้สึกเหมือนมีอะไรที่หน้า รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล รู้สึกไม่ค่อยดี เฮือกๆ เหมือนจะหายใจติดขัด แล้ว.... ก็เริ่มคัน บนใบหน้า แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา บอกว่า อย่าเกา ! และแล้ว ผื่นแพ้ ก็กระจายขึ้นเต็มใบหน้า เฮือก แพ้อะไรวะตู หรือตอนวิ่งมีอะไรบินเข้าปาก แล้วแพ้ หรือวิ่งผ่านดงแมลง เฮือก เอาละสิ คันชะมัด ไม่ไหวแล้วต้องไปล้างหน้า พอล้างหน้าออกมา ก็เหมือนจะดีขึ้น ไม่ค่อยคัน แต่ ผื่นก็ยังคงกระจายตัว เอายังไงดี ... อะจริงสิ มียาแก้แพ้ ก็เลยควักเอายามากิน อะ แต่ปัญหาที่ตามมาอีกปัญหาหนึ่งก็คือ .... ตูไม่มีน้ำ!!! แถมยาก็ไม่ได้เป็นแก้แพ้เม็ดเล็กๆแต่ประการใด แต่เหมือน M&M ไส้ถั่ว ที่เม็ดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ถือว่าใหญ่ เฮือก มีแต่ไวน์แดง ทานยากับไวน์ก็ไม่ได้เสียด้วยสิ ก็เลยตัดสินใจ กลั้นใจ กลืนยาทั้งเม็ดลงไปโดยไม่ดื่มน้ำ เฮือก......

 

 

สักพักพอไม่คันแล้ว ก็โทรศัพท์หาแม่ทันที โทรไปบอกแม่ ว่าแพ้อะไรก็ไม่รู้ จู่ๆ ผื่นก็ขึ้น แม่ก็ถามว่าทานอะไรรึเปล่า ก็บอกว่าเปล่านะ นอกจากอาหารเที่ยง.... อะ ใช่แล้วอาหารเที่ยง คอกเทลปูกุ้ง แต่ว่ามันก็ไม่น่าจะแพ้นะ เพราะมันก็เลยมาเกือบ 5 ชั่วโมงแล้ว เพราะปกติที่แพ้อาหารทะเลเนี่ย ส่วนใหญ่จะออกอาการทันทีหลังทาน ..

แต่พอคิดไปคิดมา เห้ย มันก็เป็นไปได้นี้หว่า ที่ว่าพึ่งจะมาแพ้ เพราะว่า.....

 

พิษได้ไหลเข้าสู่หัวใจแล้ว ...

 

ไม่ใช่เรื่องตลก แต่มันคือความจริง เพราะ เลือดสูบฉีด อย่างแรง อืม ดีนะที่ทานไม่เยอะมาก ไม่งั้น คงจะเกือบม่อง ฮะๆ นิทานชีวิตเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หลังทานอาหารที่แพ้ ไม่ควรทำอะไรที่เลือดสูบฉีด จนกว่าจะย่อยหมด .....

 

 

อัพเดทชีวิตช่วงนี้

 

คาดว่าคงไม่ได้มาอัพไดอารี่ สักพักหนึ่ง เพราะว่า เน็ตที่บ้านป่วง คาดว่าโมเด็มเน่า แล้วก็ Uninstall ไปแล้ว โดยที่ลืมว่า แผ่นมันอยู่ไหน แผ่นไม่มี ตอนนี้ก็เลยไม่มีอะไรที่สามารถต่อเน็ตได้ เฮือก... คาดว่าเดี๋ยวได้เสียตังค์ ซื้อใหม่อีกแน่

 

ส่วนเรื่องอื่นๆ อยากกลับบ้านเป็นชีวิตจิตใจ  กลับไปจะทำอะไร?  ตอบว่า ไม่รู้ แค่อยากกลับไปให้พ้นๆ เสียที

 

 

     Share

<< lostbooks > hairdresser > ??? >>

 

Posted on Thu 3 May 2007 20:29

 

 

 

CalendA
 

 

 

หมวยป่าไปอโคจรสถาน
ยังจุ่ง
บันทึกชีวิตประจำวันที่แสนน่าเบื่อ
เฮือก เน็ตใช้ได้เสียที
books > hairdresser > ???
บันทึกการเดินทางหน้าที่สิบเอ็ด
lost
ECT บันทึกการเดินทางหน้าที่สิบ
บันทึกการเดินทางหน้าที่เก้า
อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้ บันทึกการเดินทางหน้าที่แปด
ส่งการบ้านก่อน ขี้เกียจ

ล่าสุด

 

 

โปรด

รักที่เป็นความลับ
รักที่เป็นความจริง
สวัสดีคุณครู
รักนี้แม่และลูก
รักล้ำลึกบนดวงจันทร์
รักหนักแน่นเขียวหยก
รักขี้เกียจเลซี่
รักแด่สตรีไทย
รักในความสงบ
diclub
รักบนพาราไดซ์

 

 

 

 


The forum is a brihgter place thanks to your posts. Thanks!
Mesa   
Wed 3 Jul 2013 19:24 [2]
 

Finindg this post. It's just a big piece of luck for me.
Hassan   
Wed 3 Jul 2013 8:42 [1]
 


 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh